1. คำนวณน้ำหนักยกรวม
รวมน้ำหนักชิ้นงาน สลิง จิ๊ก บรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์ใต้ตะขอทั้งหมด หากน้ำหนักไม่ชัดเจนต้องตรวจสอบก่อน
2. เลือกพิกัดสูงกว่าน้ำหนักรวม
พิกัดและ WLL คือขีดจำกัดการทำงาน รอก 2T ไม่ควรยกน้ำหนักรวม 2.1T
3. ปรับตามความถี่และสภาพงาน
น้ำหนักเปลี่ยน งานซ้ำ ยกสูง ฝุ่น ความชื้น กลางแจ้ง หรือใกล้พิกัด ควรเลือกพิกัดสูงขึ้น
4. เลือกชนิดรอกให้ตรงงาน
รอกมือเหมาะงานไม่บ่อย รอกไฟฟ้าเหมาะงานซ้ำ รอกโยกเหมาะดึงและจัดตำแหน่ง รถเข็นใช้เคลื่อนบนคาน
5. ส่งข้อมูลให้ครบเพื่อเสนอราคา
ส่งน้ำหนัก ความสูง ความกว้างคาน ความถี่ แรงดันไฟ สภาพงาน จำนวน ตลาด และข้อกำหนดป้ายหรือบรรจุภัณฑ์
ตารางพิกัดสำหรับโครงการ
ใช้เป็นจุดเริ่มต้น การเลือกจริงต้องพิจารณาน้ำหนัก อุปกรณ์ยก โครงสร้าง และกฎท้องถิ่น
| น้ำหนักโครงการ | พิกัดที่แนะนำ | หมายเหตุโครงการ |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 450 kg | 0.5T | ชิ้นงานเบาและซ่อมบำรุงควบคุม |
| 451-900 kg | 1T | คลังสินค้า ซ่อม ติดตั้งเบา |
| 901-1,800 kg | 2T | มอเตอร์ แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนเหล็ก |
| 1,801-2,700 kg | 3T | น้ำหนักเปลี่ยนหรือใช้งานใกล้ 2T บ่อย |
| 2,701-4,500 kg | 5T | งานผลิตหนักและอุปกรณ์ใหญ่ |
| มากกว่า 4,500 kg | ตรวจโดยวิศวกรรม | ยืนยันรอก รถเข็น คาน rigging และแผนยก |
เช็กลิสต์โครงการ
รวมชิ้นงาน จิ๊ก และอุปกรณ์.
เพิ่มเมื่อไม่แน่นอน.
ตามความถี่ ความสูง และแรงคน.
ตรวจคาน ไฟฟ้า ฝุ่น และความชื้น.
FAQ: พิกัดโครงการ
เลือกอย่างไร?
คำนวณน้ำหนักรวม เลือกพิกัดมาตรฐานสูงกว่า และเพิ่มเมื่อมีความเสี่ยง
1.5 ตันใช้เท่าไร?
ปกติ 2T หากน้ำหนักรวมต่ำกว่า 2T; พิจารณา 3T ถ้าใช้งานบ่อยหรือน้ำหนักเปลี่ยน
มีส่วนเผื่อคงที่ไหม?
ไม่มีเปอร์เซ็นต์เดียวที่ใช้ได้กับทุกโครงการ
ใช้รอกเล็กสองตัวได้ไหม?
ต้องมีแผนยกโดยผู้มีคุณสมบัติเท่านั้น
ต้องการคำแนะนำไหม?
ส่งน้ำหนัก ความสูง รอบงาน คาน สภาพแวดล้อม และจำนวน เราจะเสนอการจัดชุดที่เหมาะสม